Short Fiction: My love is pain . . (Jonghyun x Key)

posted on 19 Oct 2011 23:10 by keyeii

 
Title: My love is pain . .
Pairing: Jonghyun x Key (SHINee)
Rating: PG
Author: keyeii 
 
 
 
 
 
 

 

“เห้ย! นี้พี่จะทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนว๊ะ..”

”.........”

คนถูกถาม นอนนิ่ง มือขวายังคงก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง

“ให้ตายเหอะ ผมรู้นะว่าพี่เฮิร์ท แต่ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอว๊ะ ชีวิตพี่ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงคนนั้นนะ..”

“หุบปากแล้วออกไปซะ!!” จงฮยอนตวาดคีย์ เพราะทนฟังคนตรงหน้าพล่ามไม่ได้อีกต่อไป

ใบหน้านิ่งของคนถูกไล่ ตอนนี้ชาจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว คีย์รีบเดินออกมา ปล่อยให้คนที่ไม่ฟังคำพูดของใคร นอนซังกะตายอยู่ในห้องคนเดียว

 

 

 

“ขอโทษนะ คือ.. ฉัน.. ฉันไม่ได้รักนายแบบนั้น..”

“…………”

“คือว่า เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมเถอะนะจงฮยอน”

 

‘ เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมเถอะนะจงฮยอน..’

จงฮยอนเอามือกุมหัวตัวเองอย่างทรมาณ ประโยคนี้มันวนเวียนอยู่ในหัวของเขาแทบทุกวัน นับจากวันที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งเขาไป

เขาได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอนตลอด..

  

 

“เป็นไงมั่งคีย์?” อนยูที่นั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เอ่ยถามคนที่เพิ่งถูกไล่ออกมาจากห้องนอน

“งี้เง่า! งี่เง่าหมือนเดิม!!”

คีย์โวยวายออกมา ทำเอาพี่ใหญ่ของวงตกใจ

“ต่อไปนี้ผมจะไม่ยุ่งกับเขาแล้ว เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา!”

“เห้ย อะไรกันว๊ะ ใจเย็นๆดิ แล้วนี้จะไปไหน คีย์!..”

คีย์ไม่ตอบคำถามอะไรอนยู ได้แต่ขะมักเขม้นใส่รองเท้าแล้วเดินออกจากห้องพักไป

 

“คีย์ไปไหนอ่ะ ผมถามก็ไม่ตอบ” มินโฮที่เพิ่งเดินสวนคีย์เข้ามาในห้องพัก ถามอนยูที่ยังคงนั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา

“เฮ้อออ..”

“.. พี่จงฮยอนใช่ป่ะ? ไอ้หมอนั้นเมื่อไหร่จะหายบ้าว๊ะ”

“เอาเถอะ พูดไปตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วนี้แกไปไปไหนมาแต่เช้า แล้วแทมินหายไปไหน ไม่ได้ไปด้วยกันเหรอ?”

“อ้อ เมื่อเช้าเห็นนอนซมอยู่บนโซฟาผมเลยลากไปหาหมออ่ะ”

“อ้าว แล้วไปทำอะไรมาว๊ะ”

“ก็เมื่อวานมักเน่ตัวแสบของพี่เดินตากฝนกลับมาจากโรงเรียน ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หมอแค่ให้นอนดื่มน้ำเกลือเล่นสักคืน”

“เออ อาทิตย์นี้แกไม่มีงานหนิ ไปเฝ้าน้องมันหน่อยไป” อนยูใช้ความเป็นพี่ใหญ่ของวงสั่งน้องคนรอง

“โอเค คร้าบบบบบบ~” ถึงมินโฮจะรู้สึกขี้เกียจที่จะต้องไปนอนเกลือกกลิ้งที่โรงพยาบาลทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนป่วยสักหน่อย แต่เพราะรู้ดีว่ายังไงก็ต้องไปอยู่ดี เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เปลืองน้ำลายเปล่าๆ ดีไม่ดียิ่งทำให้หงุดหงิดกันไปใหญ่

มินโฮเดินเข้าไปเก็บของในห้อง ซึ่งเป็นรูมเมทคู่กับจงฮยอน ทันทีที่เปิดประตูห้อง

“มีอะไรอีก ก็บอกให้ออกไปไง ไม่ต้องมายุ่ง!!” จงฮยอนหันมาตะคอกแต่ก็ต้องชะงัก เพราะนึกว่าเป็นคีย์ เจ้าคนที่ยังคงทำตัวยุ่มย่าม ทั้งๆที่เขาก็ตวาดออกไปซะขนาดนั้นแล้ว

“เอ่อเว้ย! ผมแค่มาเก็บของ เดี๋ยวก็ไปเฝ้าไข้แทมินแล้ว”

“………..” จงฮยอนหน้านิ่ง กลับมาอยู่ในสภาพสังกะตายเหมือนเดิม

“หงุดหงิดอะไรนักหนาว๊ะ เมนส์มาหรือไงให้ตาย!” มินโฮสบถเบาๆกับตัวเองในขณะที่มือเอื้อมขึ้นไปหยิบเป้ใบใหญ่บนตู้เสื้อผ้า แต่หารู้ไม่คนที่เมนส์มาคนนั้นหันมาส่งสายตาอำมหิตให้ ทำให้ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องนอน ดูเหมือนจะกลายเป็นห้องเย็น(?) ไปซะแล้ว

“ผมไปแล้วพี่ มีอะไรก็บอกพี่อนยูเอาแล้วกัน” มินโฮสั่งเสียหลังจากที่เก็บเสื้อผ้ายัดใส่เป้ใบโต ให้ตายเหอะ นี้เขานึกจะย้ายสำมโนครัวไปอยู่โรงพยาบาลหรืออย่างไร ทั้งๆที่ก็แค่ไปนอนเฝ้าไข้น้องไม่กี่วัน นี้เอาเสื้อผ้าไปอย่างกับจะไปเป็นเดือน - -

“ทะ แทมิน เป็นอะไร..” คนถามยังคงนอนิ่ง คนถูกถามชะงักลงเมื่อได้ยิน

“ไม่มีอะไร แค่เดินตากฝนแล้วเป็นหวัดน่ะ”

“แล้ว.. มีแค่พี่อนยูที่อยู่หรอ” 

‘โถ ไอ้เตี้ย! จะถามถึงคีย์ก็ถามมาเหอะ ฟอร์มอยู่ได้’  ถ้ามินโฮพูดแบบที่คิดออกไป มีหวังได้ยุบวงเพราะเหตุผลปัญญาอ่อนๆกันแน่หล่ะทีนี้

“อืม ทำไมอ่ะ มีไรป่ะ?” มินโฮถามหน้าตาย

“ไม่มี แกไปเหอะ”

“เออ ขาหายไวๆนะพี่ แฟนๆเค้ารออยู่” หน้าตาคนพูด เหมือนกับว่าพูดแขวะเจ้าคนที่นอนเป็นซอมบี้ขึ้นอืดอย่างนั้นแหละ สิ้นเสียงพูดพร้อมกับเสียงปิดประตู . . .

 

นี้มันนานแค่ไหนแล้ว นานแค่ไหนที่จงฮยอนไม่ได้ออกไปทำงานร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ นานแค่ไหนแล้วที่แฟนๆ

ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียงของเขาบนเวที ในรายการต่างๆเหมือนที่ผ่านๆมา แฟนคลับรู้ดีว่าจงฮยอนประสบ

อุบัติเหตุจากการรุมทึ้ง(?)ของแฟนคลับในช่วงที่ไปโปรโมทอัลบั้มรีแพ็คเกต จนทำให้ขาของเขาเจ็บจนไม่สามารถ

ทำงานหนักๆได้ แต่แฟนคลับของเขาไม่รู้ว่า จริงๆแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาไม่สามารถออกไปทำงานบันเทิงเหมือนที่ผ่าน

มาได้นั้นเพราะอะไร เพราะ . . ผู้หญิงคนนั้น ความรักมันสามารถสร้างทุกสิ่งขึ้นมาได้ แต่สำหรับจงฮยอน ตอนนี้

ความรักก็สามารถทำลายทุกๆสิ่งได้เหมือนกัน ทำลายความรู้สึก ทำลายหน้าที่การงาน และทำลายมิตรภาพของ

จงฮยอน . .

 

 

 

 

 

.

.

.

 

ก๊อก ก๊อก!  เสียงเคาะประตูของพี่ใหญ่ อนยูเดินเข้าห้องมาพร้อมกับถาดใส่อาหาร

“เห้ย กินข้าวได้แล้ว จะได้กินยาอาบน้ำนอน” อนยูพูดพลางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะเขียนหนังสือปลายเตียง

“พี่ . . ”

“เออ ว่าไง?”

“ . . คะ คีย์ ไปไหน” ยังคงฝืนทำเสียงเรียบเย็นชา แต่หารู้ไม่ อนยูรู้ทันหรอกน่า

“ไม่รู้ดิ ออกไปตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว ตอนนี้ยังไม่เห็นหัวเลย สงสัยไปหาดงอุนหล่ะมั้ง”

“อ๋อ อืมๆ . .”

“เออ พี่ไปซื้อของก่อน เดี๋ยวมา อย่าลืมกินยานะเว้ย” จงฮยอนพยักหน้ารับปากแต่โดยดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ จงฮยอนตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงนกตัวน้อยที่เกาะอยู่บนบานหน้าต่างบานใหญ่

รู้สึกว่าเช้าวันนี้จะอากาศดีเป็นพิเศษ ถ้าไม่รวมเรื่องหนักหัว(ใจ)ของเจ้าตัวขี้เกียจบนเตียงนั้นน่ะนะ

จงฮยอนค่อยๆพยุงตัวขึ้นนั่ง หาวหวอดพลางบิดขี้เกียจ สายตาก็มองไปที่โต๊ะปลายเตียง มีถ้วยใส่ยากับกระดาษ

โน้ตเล็กๆวางเคียงกัน

‘ตื่นแล้ว กินยาชุดนี้ก่อนกินข้าวนะพี่…’  

ถึงจะไม่มีลงชื่อคนฝากความหวังดีเอาไว้ แต่เขาก็รู้ได้ว่าลายมือที่คุ้นตาแบบนี้ มีคนอยู่เดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร.. นี้มันก็เป็นเวลาเกือบอาทิตย์ครึ่งได้แล้วหล่ะมั้ง ที่มันเป็นแบบนี้ พอจงฮยอนตื่นมาทีไรก็ต้องเจอกับสิ่งที่คีย์เตรียมให้ทุกวันๆ ยาชุดเดิมๆกับกระดาษโน้ตประโยคเดิมๆ แต่สังเกตได้ว่ากระดาษมันถูกเปลี่ยนเป็นแผ่นใหม่และถูกเขียนใหม่ไปทุกๆวัน ทำไมกัน ทั้งๆที่ใช้กระดาษใบเดิมก็ได้ไม่ใช่หรือไง

เพราะคีย์เป็นคนที่ใส่ใจกับการดูแลสมาชิกทุกคนหล่ะมั้ง คีย์มักจะดูแลจงฮยอนเสมอ มันคงเป็นหน้าที่ของออมม่าของวงสินะ ดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องมาคอยยุ่งกับเรื่องที่เขาไม่อยากให้ใครยุ่งด้วยอีก นึกแล้วมันน่ารำคาญชะมัด จงฮยอนคิดพลางยกถ้วยยาใบเล็กกรอกใส่ปาก ตามด้วยน้ำเปล่า

ร่างหนาย้ายตัวออกจากห้องนอน ก้าวเดินไปหยุดที่ลงทีโซฟาสีอ่อนกลางห้อง ก่อนมือใหญ่จะคว้ารีโมทมากดเปิดทีวี ทว่าสายตากลับชำเลืองไปอีกทาง.. โต๊ะคอมตัวนั้น ใครสักคนกำลังนั้นเล่นอยู่ ใครคนนั้น คนที่เขาไม่ได้คุยด้วยมาเกือบอาทิตย์ มันแปลกนะ ที่เขาสองคนไม่คุยกัน ใครๆก็รู้ว่าก่อนหน้านี้สองคนนี้สนิทกันอย่างกับอะไรดี ..

 

 

 

 

มือเล็กเรียวจิ้มกดไปที่แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างชำนาญ งานไม่มีก็ช็อปออนไลน์เป็นประจำหล่ะคนๆนี้ ชอบโวยวายอยู่บ่อยๆว่าของที่กองอยู่หน้าประตูเป็นของใคร ที่แท้มันก็ของที่ตัวเองสั่งมาจากอินเตอร์เน็ตทั้งนั้น จงฮยอนนึกแล้วก็แอบขำคีย์ในใจ ทำไมกัน ทั้งๆที่ก็อยากจะเข้าไปคุย เข้าไปเล่นด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ ฟอร์มจัดไปมั๊ยจงฮยอน!

 

Rrrr Rrr Rrrr.. .!  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ขัดจังหว่ะการท่องโลกไซเบอร์ คีย์หยุดการพิมพ์รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอปรากฏชื่อ ซนดงอุน เพื่อนสนิทต่างค่ายของคีย์

“เออ ว่าไง?” เป็นคำทักทายทางโทรศัพท์กับเพื่อนๆสมาชิกแก๊งค์ 91-Lines เหมือนทุกๆครั้ง

“ไม่ได้ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่มีคนเฝ้าพี่จงฮยอน” ถึงคีย์จะพยายามพูดเบาแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถลอดพ้นจากโสตสัมผัสของคนที่ตั้งหน้าตั้งตาดูทีวีไปได้ ไม่สิ จริงๆจงฮยอนแทบจะดูทีวีไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ ถึงตาจะมองจอทีวีแต่สมองมันสั่งการให้ฟังเสียงคนที่คุยโทรศัพท์อยู่ตอนนี้

“ไปเถอะคีย์” จงฮยอนพูดเสียงเรียบ สายตายังคงมองไปที่จอทีวี

“แล้วพี่..”

“นายไปเถอะ เดี่ยวพี่อนยูก็กลับแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ขาเจ็บแบบนี้พี่ไม่ทำบ้านรกหรอกน่ะ”

“อะ อืมๆ งั้นผมไปนะ” พูดจบก็กดวางสาย ลุกจากหน้าคอม เดินก้มหน้าก้มตาผ่านจงฮยอนแล้วออกจากห้องพักไป คิดว่าดงอุนคงจะโทรมาชวนไปหาเพื่อนๆในแก๊งค์น่ะ เพราะนานๆทีจะได้หยุดงานพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้

 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่งในโรงพยาบาล มินโฮซึ่งกำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิ้ล

“โหพี่ ปอกไม่เป็นก็ไม่ต้องก็ได้นะ” แทมินที่นอนบนเตียง เริ่มทนไม่ไหวกับการละเมียดละมัยปอกแอปเปิ้ลอยู่นานสองสามมี่ห้านาน(?)ของมินโฮ

“อย่าดูถูกนะเว้ยเห้ย ไม่ปอกแล้วนายจะกินยังไง”

“ผมปอกเองก็ได้เหอะ รอพี่ปอกเสร็จ มีหวังได้กินพรุ่งนี้เช้าแน่เลย”

“ปอกเร็วแต่เละมันก็ไม่ต่างกันนะครับน้องชาย. . บอกว่าปอกได้ก็ได้ดิ เดี่ยวปั๊ดจ้วงใส้ไหล!” ยกมีดขู่แทมินพร้อมแยกเขี้ยวใส่

“ช่วยด้วยค๊าบบบ มีคนโรคจิตจะฆ่าผม!” แทมินร้องงอแงโวยวายลั่นห้อง จนคุณพยาบาลคนสวยต้องเข้ามาเตือน

ก็ทำท่าทางเป็นเด็กดีไปงั้นแหละ หลังคุณพยาบาลคนสวยออกจากห้องไป เจ้าลิงหลงฝูงสองตัวนี้ก็หันมากัดกันเหมือนเดิม

“พี่มองอะไร พี่พยาบาลคนนี้ผมจองแล้วนะเว้ยครับ!”

“เด็กอย่างนาย เค้าไม่เอาหรอกน้องชาย”

“เชอะ พี่ห่างกับผมสักกี่ปีกัน ทำมาคุย” แทมินย้อน “เออ จะว่าไปพี่จงฮยอนเป็นไงมั่งแล้วอ่ะพี่?”

“ก็เตี้ยเหมือนเดืม”

“ไม่ใช่ดิ ผมหมายถึงกับพี่คีย์อ่ะ”

“ก็เหมือนเดิม แถมเมื่อวานยังไล่คีย์ออกจากห้องเตลิดไปไหนต่อไหนอีก”

“เมื่อไหร่พี่จงฮยอนมันจะรู้ตัวสักทีว่าคนที่รักเขาจริงๆคือพี่คีย์น่ะ งี่เง่าชะมัด!” เด็กน้อยโวยวายพร้อมคว้ามือถือที่อยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมากดโทรไปที่ไหนสักที่

“เห้ยๆ จะทำอะไรว๊ะนั้นของพี่นะเว้ย”

“ผมก็จะโทรไปบอกพี่จงฮยอนให้เลิกงมงายสัก.. ฮัลโหล! พี่จงฮยอน..” พูดไม่ทันจบ ปลายสายก็ถูกรับ ทำให้แทมินต้องตัดบทสนทนากับมินโฮ

“อือ ว่าไงแทมิน เห็นว่าไม่สบาย..”

“เรื่องนั้นช่างมันเหอะพี่ พี่รู้ตัวมั๊ยว่าทำอะไรลงไป พี่รู้มั๊ยว่าพี่คีย์ต้องทนเห็นพี่เป็นแบบนี้มานานแค่ไหน รู้บ้างมั๊ยว่าพี่ทำให้พี่คีย์ต้องแอบร้องไห้ทุกคืน ผมรู้นะว่าพี่หายดีแล้ว และก็หายนานแล้วด้วย พี่เลิกทำตัวบ้าๆ เลิกหมกตัวอยู่แต่ในห้องแล้วไปง้อพี่คีย์ซะ ไม่งั้นพี่จะเสียใจไปตลอดชีวิต รู้ไว้ซะ ไอ้พี่เตี้ย!!”

ตึ๊ด! แทมินไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ กดวางสายเสียดื้อๆ

“เห้ย โตรเจ๋งเลยว่ะ!” มินโฮที่เอาแต่อึ้งกับการเทศนาผ่านมือถือของแทมิน

“มันต้องแบบนี้แหละ ผมเบื่อที่จะต้องเห็นเค้าสองคนเป้นแบบนี้” แทมินแสดงสีหน้าเศร้าๆเล็กน้อย “เห้ยพี่ เมื่อไหร่จะปอกแอปเปิ้ลเสร็จ ต้องรอให้ผมออกจากโรงพยาบาลก่อนถึงจะได้กินใช่ป่ะ”

“รอเดี๋ยวดิเว้ย ถ้าหิวมากก็กินพี่แทนก่อนมั๊ยเด็กน้อย”

“โห โรคหื่นกำเริบอ่ะ” แทมินพูดพลางทำหน้าเอือมระอา

 

 

 

 

 

ด้านจงฮยอนที่ตอนนี้จิตใจเริ่มว้าวุ่น จะว่าไปคีย์ออกไปหลายชั่วโมงแล้ว ไมยังไม่กลับมาสักทีนะ แล้วทำไมเขาต้องเดือดร้อนด้วยหล่ะในเมื่อคีย์ออกไปหาเพื่อนของเขา จะอยู่กันนานเป็นหลายๆชั่วโมงก็ไม่แปลก แต่ความรู้สึกของเขาไม่ใช่แบบนั้น จงฮยอนรู้สึกเหมือนอยากจะพูดกับคีย์ อยากจะเจอหน้าคีย์เสียตอนนี้เลย เมื่อความรู้สึกมันปะทุจนห้ามไม่อยู่ ร่างหนาลุกจากเก้าอี้หยิบหมวกใบเก่งมาใส่แล้วรีบออกไป

จงฮยอนหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาใครสักคน ใครคนที่เขาต้องการจะเจอมากที่สุดในตอนนี้ ทว่า

‘เลขหมายที่ท่านเรียกอยู่ ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ . .’  คีย์บอมปิดเครื่อง มีเหตุอะไรที่เขาจะต้องปิดเครื่อง นับวันพันปีที่เขาจะปิดเครื่องก็เพราะแค่แบตหมด

 

 

จงฮยอนรีบวางสายแล้วโทรไปหาดงอุนแทน “ดงอุน นี้พี่เองนะ จงฮยอน ตอนนี้คีย์อยู่กับนายใช่มั๊ย” ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ จงฮยอนรีบยิงคำถามใส่ โดยก็ไม่รอให้ทางนั้นทักทายก่อน

“อ่า สวัสดีครับพี่จงฮยอน คีย์กลับไปนานแล้วนะฮะ”

“กลับไปนานแล้ว?! โอเค ขอบใจนายมากแค่นี้หล่ะ” หลังจากได้คำตอบจงฮยอนก็วางสายทันทีโดยไม่รอให้ปลายสายล่ำลากลับอีกเช่นกัน

 

 

ดงอุนบอกว่าคีย์กลับไปนานแล้ว ป่านนี้ก็น่าจะถึงบ้านแล้วสิ ไอ้เด็กบ้านี้มันไปไหนของมันนะ

น่าแปลกที่ตอนนี้จงฮยอนไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจที่ผ่านมาแม้แต่น้อย แต่กลับคิดถึงแต่เรื่องของคีย์ คนที่คอยดูแลเขาตลอดไม่ว่าเขาจะไล่ให้คีย์ไม่ให้กวนใจเขาสารพัด จงฮยอนที่ตอนนี้วิ่งหาคีย์ด้วยหัวใจทีแทบจะระเบิดออกมาซะรู้แล้วรู้รอด

ร่างหนาวิ่งมาหยุดอยีที่สวนสาธารณะใกล้ๆหอพัก มองตรงไปเห็นเด็กผู้ชายคนนึงกำลังนั่งก้มหน้าอยู่ ดูเหมือนว่ากำลังร้องไห้ เด็กคนนั้น คนที่เขาตามหามาเกือบครึ่งชั่วโมง จงฮยอนไม่รอช้า เดินตรงไปยังที่ๆเด็กคนนั้นนั่งอยู่

 

 

 

 

กำลังร้องไห้อยู่ จริงๆด้วยสินะ.. ร่างบางค่อยๆเงยหน้าขึ้น

จงฮยอนหัวใจเต้นรุนแรง เมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าอาบไปด้วยน้ำตา เขาตัดสินใจดึงคีย์ขึ้นมากอด ณ ตอนนี้ เขาไม่รับรู้ถึงความรู้สึกที่ผ่านมาอีกแล้ว เขาไม่เจ็บปวดกับเรื่องของผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป ลืมไปแล้ว ใช่ เขาลืมไปแล้ว เพราะจริงๆผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรต่อเขาเลย มันก็เป็นแค่เพียงความรู้สึกชั่วคราว

 

“เด็กโง่ ร้องไห้ทำไมกัน” จงฮยอนยีผมคีย์เบาๆขณะที่ทั้งสองยังคงกอดกัน

“ใครโง่ พี่ดิโง่ ไอ้เตี้ยเอ้ย! ฮืออ อย่าทำแบบนั้นอีกนะ..” คีย์ร้องไหไปพูดไป ถึงจะโดนด่าแต่ก็ทำเอาจงฮยอนอดขำไม่ได้

“โอเคครับ พี่ขอโทษนะ นายก็เหมือนกัน อย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจมั๊ย มันทำให้พี่แทบบ้า แต่มันก็ทำให้พี่รู้ความรู้สึกจริงๆของตัวเอง”

“………” คีย์ไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงสะอื้นลอดออกมาจากอกกว้างของคนตรงหน้าที่กอดเขาอยู่

“อย่าหายไปไหนอีกนะ อยู่ดูแลพี่ตลอดไปเลยได้มั๊ย.. พี่รักคีย์นะครับ”

 “… ฮือออ ผมก็รักพี่ ผมรักพื่มากจริงๆ ฮือออ” จงฮยอนได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เขากระชับกอดแน่นขึ้น คีย์ซุกหน้าลงที่อกของจงฮยอน และปล่อยโฮหนักกว่าเดิม

 

มันคือความสุขที่แท้จริง ที่ผ่านมาทั้งคู่มัวเอาแต่เดินวนไปมา แต่สุดท้ายก็กลับมาบรรจบกัน จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับจงฮยอน ขอเพียงแค่มีคีย์อยู่ใกล้ๆเขาแบบนี้ก็พอ . . 

 

END

 

 

 

talk: อ๊ายย ย ตื่นเต้นอ่ะ เป็นยังไงบ้างสำหรับฟิคสั้นเรื่องแรกเรื่องเดียวที่เค้าเขียนจบ ฮ่าๆ 
จริงๆได้ฤกษ์เขียนมานานแล้วหล่ะ แต่แค่ขี้เกียจเท่านั้น เหอะๆๆ ต้องขอบคุณเกลลี่ที่น่ารักที่คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ถ้าไม่มีเกลเค้าคงเขียนไม่จบสักที ฮ่าๆ ยังไงก็เม้นให้กำลังใจกันด้วยเน้อ ติ-ชมได้เต็มที่ เค้ารับได้ ;___;(?) เรื่องแรกก็อยากจะได้เม้นยาวๆบ้างอ่ะ ได้ป่ะ? 55555.

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ *น้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้ม*

 

ไม่มีอะไรหรอก - -

posted on 19 Oct 2011 13:39 by keyeii
ประเดิม เอาอินโทร(?)ฟิคมาลง  #เอาฮา
 
เมื่อคนหนึ่งจมอยู่กับอดีตอันแสนเจ็บปวด
แต่คนหนึ่งต้องทุกข์ทนกับคว​ามเจ็บปวดของอีกคน . .
 
อะไรว๊ะ ?! 55555555555555555555555555​55555555555555.
สั้นไปไหน อ่านแล้ว . . เพลียเหลื๊อเกิน  
คือตอนคิดไม่ถึงห้าวิหล่ะมั้ง ซุยๆไป มันก็ได้ออกมาอย่างที่เห็น
แค่นี้ยังตัดสินกับเนื้อเรื่องไม่ได้หรอกนะ 555555555. 
 
ps.มันคือฟิคสั้นจงคีย์นะจ๊ะ -w- 

edit @ 19 Oct 2011 13:40:43 by monkeyeii